การจัดพิธีแต่งงานมีิอยู่สองอย่าง
คือจัดเป็นพิธีใหญ่ มีการนิมนตพระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์
และผู้เป็นประธานในพิธีตลอดจนผู้มีเกียรติที่ได้รับเชิญมาร่วมกันหลั่งน้ำพระพุทธมนต์
อำนวยพร และในเวลาเดียวกัน พระสงฆ์ เจริญชัยมงคลคาถา
ส่วนการจัดพิธีแต่งงานอย่างย่อนั้น คงมีเหมือนกับการจัดพิธีอย่างใหญ่
เว้นแต่ไม่มีการนิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์เท่านั้น
สิ่งสำคัญที่ต้องตระเตรียมและต้องปฏิบัติในพิธีการแต่งงาน
มีดังนี้
1. จัดสถานที่ใช้ประกอบพิธีให้เรียบร้อย ตกแต่งตามสมควรและพอเหมาะสมกับสถานที่นั้น
ๆ
2. ควรจัดให้มีโต๊ะหมู่บูชาพระ และมีพระพุทธรูปเครื่องหลั่งน้ำพระพุทธมนต์
และเครื่องใช้ในพิธีอย่างอื่นตามที่จำเป็น
3. ถ้าต้องการให้มีการจดทะเบียนสมรสในวันนั้น
และที่ประกอบการพิธีเลย ก็ต้องติดต่อขอเชิญเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้นำทะเบียนสมรสมาจดทะเบียนสมรสในวันพิธีนั้นด้วย
4. ควรกำหนดเวลาต่าง ๆ ให้สอดคล้องกัน และการดำเนินงานก็ต้องรักษากำหนดเวลาไว้
เพราะถ้าพลาดเวลามากเกินไปแล้วจะเกิดการ ทำให้แขกต้องพลาดเวลาตามไปด้วย
การแต่งกายของคู่บ่าวสาว มีหลักดังนี้
ี้ เจ้าบ่าว ต้องแต่งกายด้วยชุดสากล ใช้ผ้าที่มีสีเรียบ
ๆ ไม่ฉูดฉาด หากเป็นข้าราชการ ก็มีสิทธิ์ที่จะแต่งเครื่องแบบปรกติเป็นชุดแต่งงานได้
เจ้าสาว แต่งกายด้วยชุดวิวาห์ที่เหมาะสม และเลือกสีให้ถูกกับสีเนื้อ
ส่วนชุดวิวาห์จะเลือกอย่างไรนั้น ต้องคำนึงถึงสถานที่ที่ใช้ประกอบพิธีการแต่งงานด้วย
เพราะถ้าไปเกิดความไม่สะดวกเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายในขณะประกอบพิธีแล้ว
เป็นสิ่งที่ไม่งามตา
เพื่อนเจ้าบ่าว และเพื่อนเจ้าสาว เครื่องแต่งกายของเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวนั้นต้องมีการตกลงนัดแนะกันให้เป็นที่เรียบร้อยว่าใครจะใช้ชุดไหน
สีอย่างไร ซึ่งต้องให้เหมาะสมกลมกลืนกัน ถ้ามิฉะนั้นแล้ว
สีของเครื่องแต่งกายจะขัดกัน ถ้าเพื่อนเจ้าบ่าวและเจ้าสาวใช้เครื่องแต่งกายที่เหมาะสมแล้ว
จะเป็นการเชิดชูเจ้าบ่าวและเจ้าสาวให้งามตายิ่งขึ้น
เครื่องแต่งกายของแขกผู้ได้รับเชิญ ส่วนมากนิยมแต่งกายชุดสากล
หรือไม่ก็แต่งกายตามปรกติตามความเหมาะสม และตามความนิยมของพื้นบ้านที่ประกอบการแต่งงานนั้น
ถ้าเป็นการแต่งงานที่จัดเป็นพิธีใหญ่โน เจ้าภาพมักจะระบุการแต่งกายไว้ในบัตรเชิญด้วยว่าแต่งอย่างไร
การปฏิบัติในพิธีแต่งงาน กล่าวโดยย่อคือ ในวันพิธีสมรส
เจ้าสาวต้องอยู่ทางซ้ายของเจ้าบ่าวตลอดเวลา
เพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาว ตามปรกติ มีฝ่ายละไม่เกิน
4 คน
เพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาว ในขณะประกอบพิธีนั้นต้องอยู่หลังเจ้าบ่าวและเจ้าสาวในระยะพอสมควร
เมื่อถึงเวลาที่กำหนดเป็นฤกษ์การแต่งงาน ต้องแจ้งขอเชิญให้แขกที่มาร่วมงานได้เข้าไปในห้องประกอบพิธี
เจ้าบ่าวไปยังห้องประกอบพิธี เมื่อแขกที่มาร่วมงานเข้าไปอยู่ในห้องนั้นพร้อมแล้ว
และเจ้าบ่าวเข้าไปสู่พิธีมณฑลแล้ว ต้องนมัสการพระพุทธรูปที่เป็นประธานในพิธี
ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวนำเจ้าสาวเข้าสู่พิธีมณฑล เจ้าสาวนมัสการพระพุทธรูปที่เป็นประธานในพิธี
เมื่อถึงเวลากนหนด ผู้เป็นประธานในพิธี หากมีอะไรก็ต้องกล่าว
ก็ให้กล่าวเสียในโอกาสนี้ เจ้าบ่าวไปคุกเข่าที่หน้าแท่นบูชาพระพุทธรูป
ที่จัดเตรียมไว้ ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวนำเจ้าสาวไปคุกเข่าหน้าพระพุทธรูปเคียงคู่กับเจ้าบ่าว
ผู้เป็นประธานในพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์แล้วเจิมหน้าคู่บ่าวสาวพร้อมกับมีการอวยพรด้วย
จากนั้นก็เป็นแขกผู้มาร่วมพิธี ไปหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพรตามลำดับ
และถ้ามีพระสงฆ์มาร่วมพิธีพระสงฆ์ก็เจริญชัยมงคลคาถาในตอนนี้
ถ้ามีการจดทะเบียนสมรส ก็ให้คู่สมรสและพยานลงชื่อในทะเบียนของเจ้าหน้าที่ให้เรียบร้อย
แล้วกลับที่เดิม ให้แขกผู้ได้รับเชิญลงชื่อในสมุดที่ระลึกการแต่งงานที่ได้เตรียมไว้
คู่สมรสถวายอาหารหรือจตุปัจจัยแด่พระภิกษุสงฆ์
พระสงฆ์สวดอนุโมคาถา คู่สมรสกรวดน้ำอุทิศกุศล
คู่สมรส นมัสการ พระพุทธรูปที่เป็นประธานของพิธี
แล้วเดินกลับเข้าอยู่ในกลุ่มแขก เพื่อสนทนาทักทายปราศรัยและขอรับพร
ถ้ามีการรับประทานอาหาร ก็เชิญแขกเข้าห้องรับประทานอาหารได้
และก่อนจะมีการรับประทานอาหาร ควรมีการกล่าวปราศรัยเล็ก
ๆ น้อยๆ ผู้เป็นแขกที่รับเชิญพึงมีของขวัญให้เจ้าบ่าวและเจ้าสาวเพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสนี้ด้วย
|